
เมื่อโรงงานได้รับใบเสนอราคาตู้ไฟฟ้าจากหลายเจ้าแล้วพบว่าราคาต่างกันมาก ทั้งที่สเปกอุปกรณ์ดูคล้ายกัน สาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยที่สุดคือ ระดับการแบ่งกั้นภายในตู้ หรือ Form of Separation ที่ไม่เท่ากัน
บทความนี้อธิบายว่า Form 1 ถึง Form 4 คืออะไร แต่ละระดับกั้นอะไรบ้าง มีผลต่อการทำงานจริงอย่างไร และควรเลือกระดับไหนให้เหมาะกับโรงงาน
Form of Separation คืออะไร?
Form of Separation คือระดับการแบ่งกั้นภายในตู้ไฟฟ้า ตามแนวทางของมาตรฐาน IEC 61439 ซึ่งกำหนดไว้เป็นระดับต่าง ๆ โดยดูจากสามสิ่งหลัก
- บัสบาร์ ถูกกั้นออกจากหน่วยฟังก์ชันหรือไม่
- หน่วยฟังก์ชันแต่ละชุด เช่น ชุดเบรกเกอร์ป้อนวงจรหรือชุดควบคุมมอเตอร์ ถูกกั้นออกจากกันหรือไม่
- ขั้วต่อสายภายนอก ของแต่ละหน่วย ถูกแยกออกจากกันและจากบัสบาร์หรือไม่
จุดประสงค์ของการแบ่งกั้นมีสองข้อ คือ ลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน ที่ต้องทำงานกับวงจรหนึ่งขณะที่วงจรอื่นยังมีไฟอยู่ และ จำกัดความเสียหาย ไม่ให้ปัญหาที่จุดเดียวลุกลามไปทั้งตู้
Form 1 ถึง Form 4 ต่างกันอย่างไร
| ระดับ | การแบ่งกั้น |
|---|---|
| Form 1 | ไม่มีการแบ่งกั้นภายใน อุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในช่องเดียวกัน |
| Form 2 | กั้นบัสบาร์ออกจากหน่วยฟังก์ชัน แต่หน่วยฟังก์ชันยังไม่ถูกกั้นออกจากกัน 2a: ขั้วต่อสายภายนอกไม่ได้แยกจากบัสบาร์ · 2b: ขั้วต่อสายภายนอกแยกจากบัสบาร์ |
| Form 3 | กั้นบัสบาร์ออกจากหน่วยฟังก์ชัน และกั้นหน่วยฟังก์ชันแต่ละชุดออกจากกัน โดยขั้วต่อสายภายนอกยังไม่ได้แยกออกจากกัน 3a: ขั้วต่อไม่ได้แยกจากบัสบาร์ · 3b: ขั้วต่อแยกจากบัสบาร์ |
| Form 4 | กั้นทุกส่วน ทั้งบัสบาร์ หน่วยฟังก์ชันแต่ละชุด และขั้วต่อสายภายนอกของแต่ละหน่วยแยกออกจากกัน 4a: ขั้วต่ออยู่ในช่องเดียวกับหน่วยฟังก์ชันของมัน · 4b: ขั้วต่ออยู่ในช่องแยกต่างหาก |
ระดับการแบ่งกั้นมีผลต่ออะไรบ้าง
| หัวข้อ | ระดับต่ำ (Form 1–2) | ระดับสูง (Form 3–4) |
|---|---|---|
| ขนาดตู้ | เล็กกว่าที่จำนวนวงจรเท่ากัน | ใหญ่ขึ้น เพราะต้องมีแผ่นกั้นและช่องแยก |
| ราคา | ประหยัดกว่า | สูงขึ้นตามงานโครงสร้างและงานประกอบที่เพิ่มขึ้น |
| การบำรุงรักษาขณะมีไฟ | ทำได้จำกัด มักต้องดับไฟทั้งตู้ | เข้าถึงบางส่วนได้ปลอดภัยกว่าขณะส่วนอื่นยังจ่ายไฟ |
| การเพิ่มวงจรในอนาคต | กระทบวงจรอื่นมากกว่า | จำกัดผลกระทบอยู่ในช่องที่ทำงาน |
| การลุกลามของความเสียหาย | มีโอกาสลามทั้งตู้มากกว่า | ถูกจำกัดอยู่ในช่องที่เกิดเหตุมากกว่า |
จะเห็นว่า Form ที่สูงขึ้นแลกมาด้วย ขนาดตู้ที่ใหญ่ขึ้นและราคาที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ใบเสนอราคาต่างกันมาก อ่านปัจจัยอื่น ๆ ได้ที่บทความ ตู้คอนโทรลราคาเท่าไหร่
เลือกระดับไหนให้เหมาะกับโรงงาน
คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนตัดสินใจ
- ต้องซ่อมบำรุงขณะตู้ยังจ่ายไฟหรือไม่? ถ้าคำตอบคือใช่ การแบ่งกั้นที่สูงขึ้นจะช่วยให้ทำงานได้ปลอดภัยกว่ามาก
- หยุดจ่ายไฟทั้งตู้ได้บ่อยแค่ไหน? โรงงานที่มีช่วงหยุดตามแผนอยู่แล้วอาจไม่จำเป็นต้องใช้ระดับสูงสุด
- มีแผนเพิ่มวงจรในอนาคตหรือไม่? ถ้ามี การแบ่งกั้นที่ดีช่วยให้ทำงานได้โดยรบกวนวงจรอื่นน้อยลง
- พื้นที่ห้องไฟฟ้าพอหรือไม่? เพราะตู้ที่แบ่งกั้นมากจะกินพื้นที่มากขึ้น
- ผู้ที่เข้าไปทำงานในตู้เป็นใคร? หากเป็นช่างทั่วไปของโรงงานที่ไม่ได้เชี่ยวชาญงานไฟฟ้าแรงต่ำโดยเฉพาะ การแบ่งกั้นที่มากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยง
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- "Form สูงกว่าคือปลอดภัยกว่าเสมอ" การแบ่งกั้นช่วยได้จริง แต่ความปลอดภัยยังขึ้นกับการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม คุณภาพงานประกอบ การขันแน่นตามค่าที่กำหนด และวิธีปฏิบัติงานของช่าง
- "Form กับ IP คือเรื่องเดียวกัน" ไม่ใช่ Form คือการกั้นภายใน ส่วน IP คือการป้องกันฝุ่นและน้ำจากภายนอก
- "ระบุ Form 4 ไว้ก็พอ" ควรระบุแบบย่อยให้ชัดเจน เพราะแต่ละแบบมีต้นทุนต่างกัน และทำให้เทียบใบเสนอราคาได้ตรงกัน
- "ตู้ที่แบ่งกั้นดีแล้วไม่ต้องบำรุงรักษา" การแบ่งกั้นไม่ได้ป้องกันจุดต่อหลวมหรือความร้อนสะสม ซึ่งยังต้องอาศัย การตรวจสอบตามรอบ
สรุป
Form of Separation คือหนึ่งในข้อกำหนดที่มีผลต่อทั้งราคา ขนาด และความสะดวกในการดูแลตู้ไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน การเลือกระดับที่เหมาะสมไม่ใช่การเลือกระดับสูงที่สุดเสมอไป แต่คือการเลือกให้ตรงกับวิธีที่โรงงานใช้งานและดูแลตู้จริง
หากกำลังจัดทำข้อกำหนดสำหรับตู้ไฟฟ้าชุดใหม่ ทีมวิศวกรของเรายินดีให้คำแนะนำเรื่องการระบุสเปก เพื่อให้ใบเสนอราคาที่ได้รับเปรียบเทียบกันได้อย่างเป็นธรรม
ปรึกษาทีมวิศวกร ES Service
ส่งแบบงานหรือรายละเอียดโครงการ เพื่อรับคำแนะนำและใบเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อย
โรงงานทั่วไปควรเลือก Form ระดับไหน?
ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าต้องการบำรุงรักษาหรือเพิ่มวงจรขณะที่ตู้ยังจ่ายไฟอยู่มากน้อยเพียงใด และความต่อเนื่องของการผลิตสำคัญแค่ไหน ตู้ที่ยอมหยุดจ่ายไฟเพื่อซ่อมได้มักใช้ระดับต่ำกว่า ส่วนตู้เมนของไลน์ผลิตที่หยุดยากมักเลือกระดับสูงกว่า ควรให้วิศวกรพิจารณาร่วมกับงบประมาณและพื้นที่ติดตั้ง
Form 4a ต่างจาก Form 4b อย่างไร?
ทั้งสองแบบแบ่งกั้นบัสบาร์ออกจากหน่วยฟังก์ชัน และแบ่งกั้นแต่ละหน่วยฟังก์ชันออกจากกัน ความต่างอยู่ที่ตำแหน่งของขั้วต่อสายภายนอก โดยแบบ 4a ขั้วต่ออยู่ในช่องเดียวกับหน่วยฟังก์ชันของมันเอง ส่วนแบบ 4b ขั้วต่ออยู่ในช่องแยกต่างหาก ซึ่งให้การแยกส่วนสูงที่สุด
Form กับค่า IP ต่างกันอย่างไร?
เป็นคนละเรื่องกัน Form คือการแบ่งกั้นภายในตู้เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและความต่อเนื่องในการใช้งาน ส่วนค่า IP คือระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำจากภายนอกเข้าสู่ตู้ ตู้ที่มีค่า IP สูงจึงไม่ได้แปลว่ามีการแบ่งกั้นภายในระดับสูงตามไปด้วย


