
เบรกเกอร์เป็นอุปกรณ์ที่ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับทั้งตู้ แต่เป็นอุปกรณ์ที่ ตัดสินว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวินาทีที่ระบบผิดปกติ การเลือกผิดประเภทหรือผิดพิกัดจึงเป็นทั้งปัญหาการผลิตและปัญหาความปลอดภัย
บทความนี้สรุปความต่างของเบรกเกอร์สามชนิดหลักที่ใช้ในโรงงาน ค่าที่ต้องดูก่อนเลือก และข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดจากหน้างานจริง
MCB, MCCB และ ACB ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อ | MCB | MCCB | ACB |
|---|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | Miniature Circuit Breaker | Moulded Case Circuit Breaker | Air Circuit Breaker |
| ย่านพิกัดกระแสโดยทั่วไป | ไม่กี่แอมป์ถึงประมาณหนึ่งร้อยแอมป์ | ตั้งแต่หลักสิบถึงหลักพันแอมป์ | หลักร้อยถึงหลายพันแอมป์ |
| ความสามารถตัดกระแสลัดวงจร | ต่ำที่สุดในสามชนิด | ปานกลางถึงสูง | สูงที่สุด |
| การปรับตั้งค่า | โดยทั่วไปปรับไม่ได้ | หลายรุ่นปรับกระแสทริปได้ | ปรับได้ละเอียดผ่านชุดทริปอิเล็กทรอนิกส์ |
| การถอดเปลี่ยน | ถอดเปลี่ยนทั้งตัว | ส่วนใหญ่เป็นแบบยึดติด บางรุ่นถอดได้ | มักเป็นแบบชักออกได้ (Withdrawable) |
| ใช้งานทั่วไปที่ | วงจรย่อยในอาคารและตู้ DB | เบรกเกอร์ป้อนวงจรและป้องกันมอเตอร์ | เมนเบรกเกอร์ใน ตู้ MDB |
ค่าที่ต้องดูก่อนเลือกเบรกเกอร์
- พิกัดกระแส (In) ต้องสัมพันธ์กับโหลดจริงและขนาดสายไฟที่ใช้ ไม่ใช่เลือกจากของเดิมเพียงอย่างเดียว
- แรงดันใช้งาน (Ue) ต้องตรงกับระบบไฟฟ้าของโรงงาน
- พิกัดตัดกระแสลัดวงจร (Icu) ต้องไม่น้อยกว่ากระแสลัดวงจรที่คำนวณได้ ณ จุดติดตั้งนั้น ซึ่งจุดที่ใกล้หม้อแปลงจะมีค่าสูงกว่าจุดปลายสาย
- พิกัดตัดกระแสใช้งาน (Ics) คือค่าที่เบรกเกอร์ตัดแล้วยังใช้งานต่อได้ตามปกติ ในงานที่ต้องการความต่อเนื่องสูงมักกำหนดให้ Ics ใกล้เคียงกับ Icu
- จำนวนโพล เลือกตามระบบและความจำเป็นในการตัดสายนิวทรัล
- การประสานสัมพันธ์ (Discrimination) เพื่อให้เบรกเกอร์ที่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดทริปก่อน ไม่ใช่เมนเบรกเกอร์ทริปจนดับทั้งโรงงาน
เคิร์ฟการทริป B, C และ D
สำหรับเบรกเกอร์ขนาดเล็ก เคิร์ฟเป็นตัวกำหนดว่าเบรกเกอร์จะทนกระแสเกินชั่วขณะได้มากแค่ไหนก่อนจะตัดวงจรทันที
| เคิร์ฟ | ลักษณะ | มักใช้กับ |
|---|---|---|
| B | ไวต่อกระแสเกินมากที่สุด | โหลดความต้านทาน เช่น แสงสว่างและเครื่องทำความร้อน |
| C | ทนกระแสกระชากได้ปานกลาง | โหลดทั่วไปที่มีมอเตอร์ขนาดเล็กปนอยู่ |
| D | ทนกระแสกระชากได้สูง | มอเตอร์และหม้อแปลงที่มีกระแสสตาร์ทสูง |
การเลือกเคิร์ฟไวเกินไปสำหรับโหลดมอเตอร์ เป็นสาเหตุคลาสสิกของอาการ "เบรกเกอร์ทริปทุกครั้งที่สตาร์ทเครื่อง" ทั้งที่ระบบไม่ได้มีความผิดปกติใด
อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว RCD, RCBO และ ELCB
เบรกเกอร์ทั่วไปป้องกันกระแสเกินและลัดวงจร แต่ ไม่ได้ป้องกันไฟรั่วลงดิน ซึ่งเป็นอันตรายต่อคนโดยตรง งานที่ต้องการการป้องกันด้านนี้จึงต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ
- ป้องกันอันตรายต่อบุคคล มักใช้อุปกรณ์ที่มีความไวสูง โดยค่าที่ใช้กันทั่วไปสำหรับงานป้องกันคนคือระดับ 30 มิลลิแอมป์
- ป้องกันอัคคีภัยจากไฟรั่ว มักใช้ความไวต่ำกว่า เช่น ระดับหนึ่งร้อยถึงสามร้อยมิลลิแอมป์
- ในโรงงาน อุปกรณ์ที่ไวเกินไปอาจทำให้เกิดการตัดวงจรโดยไม่จำเป็นจากกระแสรั่วปกติของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ระบบที่มี VFD จำนวนมาก จึงต้องเลือกชนิดและความไวให้เหมาะกับลักษณะโหลด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจากหน้างานจริง
- เลือกจากพิกัดกระแสอย่างเดียวโดยไม่ดูค่า kA เป็นข้อผิดพลาดที่อันตรายที่สุด เพราะปัญหาจะไม่ปรากฏจนกว่าจะเกิดลัดวงจรจริง
- เปลี่ยนไปใช้เบรกเกอร์พิกัดสูงขึ้นเพื่อแก้อาการทริปบ่อย โดยไม่ตรวจสอบว่าสายไฟและอุปกรณ์ปลายทางรองรับได้หรือไม่
- ใช้เบรกเกอร์สำหรับงานอาคารในงานอุตสาหกรรม ที่มีทั้งกระแสลัดวงจรสูงกว่าและการทำงานหนักกว่า
- ไม่ทำการประสานสัมพันธ์ ทำให้วงจรเล็กเพียงวงจรเดียวมีปัญหาแล้วเมนเบรกเกอร์ทริปจนหยุดทั้งโรงงาน
- ใช้อุปกรณ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ซึ่งค่าพิกัดที่ระบุบนตัวอุปกรณ์อาจไม่ตรงกับความสามารถจริง
- ไม่ขันแน่นตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด จุดต่อที่หลวมเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของความร้อนสะสมในตู้ ซึ่งตรวจพบได้จาก การตรวจสอบประจำปี
เลือกเบรกเกอร์สำหรับตู้ใหม่อย่างไร
สำหรับตู้ไฟฟ้าชุดใหม่ ลำดับการทำงานที่ช่วยลดความผิดพลาดได้มากที่สุดคือ
- รวบรวมโหลดจริงทั้งหมด พร้อมลักษณะการใช้งานและกระแสสตาร์ท
- คำนวณกระแสลัดวงจรที่อาจเกิดขึ้น ณ จุดติดตั้งแต่ละจุด
- เลือกพิกัดกระแสและพิกัดตัดกระแสลัดวงจรให้สอดคล้องกับผลคำนวณ
- ตรวจสอบการประสานสัมพันธ์ระหว่างเบรกเกอร์ต้นทางและปลายทาง
- ตรวจสอบว่าขนาดอุปกรณ์ติดตั้งลงในตู้ได้จริง และมีระยะระบายความร้อนเพียงพอ
ขั้นตอนทั้งหมดนี้ควรอยู่ภายใต้การพิจารณาของวิศวกรไฟฟ้า และสอดคล้องกับแนวทาง มาตรฐาน IEC 61439 สำหรับตู้สวิตช์เกียร์และตู้ควบคุมแรงดันต่ำ
สรุป
MCB, MCCB และ ACB ไม่ใช่สินค้าที่แทนกันได้ด้วยการดูพิกัดกระแสอย่างเดียว ค่าที่สำคัญไม่แพ้กันคือพิกัดตัดกระแสลัดวงจรและการประสานสัมพันธ์ของทั้งระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นในวันที่ทุกอย่างทำงานปกติ แต่เป็นตัวตัดสินความเสียหายในวันที่เกิดปัญหา
หากไม่แน่ใจว่าควรใช้รุ่นใด สามารถส่งรูปอุปกรณ์เดิม ป้ายชื่อ และรายละเอียดการใช้งานมาให้ทีมงานของเราช่วยตรวจสอบก่อนสั่งซื้อได้
ปรึกษาทีมวิศวกร ES Service
ส่งแบบงานหรือรายละเอียดโครงการ เพื่อรับคำแนะนำและใบเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อย
MCB กับ MCCB ต่างกันอย่างไร?
MCB เป็นเบรกเกอร์ขนาดเล็กสำหรับวงจรย่อย พิกัดกระแสและพิกัดตัดกระแสลัดวงจรต่ำกว่า และโดยทั่วไปปรับตั้งค่าไม่ได้ ส่วน MCCB มีพิกัดกระแสสูงกว่ามาก ทนกระแสลัดวงจรได้สูงกว่า และหลายรุ่นปรับตั้งค่ากระแสทริปได้ จึงนิยมใช้เป็นเบรกเกอร์ป้อนวงจรและป้องกันมอเตอร์ในโรงงาน
ค่า kA บนเบรกเกอร์สำคัญอย่างไร?
เป็นพิกัดกระแสลัดวงจรที่เบรกเกอร์ตัดได้อย่างปลอดภัย ต้องไม่น้อยกว่ากระแสลัดวงจรที่อาจเกิดขึ้นจริง ณ จุดติดตั้งนั้น หากเลือกต่ำเกินไป เบรกเกอร์อาจเสียหายรุนแรงขณะเกิดลัดวงจรแทนที่จะตัดวงจรได้ นี่เป็นเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงเรื่องคุณภาพสินค้า
เบรกเกอร์ทริปบ่อยควรแก้อย่างไร?
ไม่ควรเปลี่ยนไปใช้เบรกเกอร์พิกัดสูงขึ้นทันที เพราะสายไฟและอุปกรณ์ปลายทางอาจรับไม่ได้ ควรหาสาเหตุก่อน เช่น โหลดเพิ่มขึ้นจริง การจัดโหลดไม่สมดุล ฉนวนเสื่อม จุดต่อหลวม หรือเลือกเคิร์ฟไม่เหมาะกับกระแสสตาร์ทของมอเตอร์ การตรวจวัดกระแสจริงจะช่วยระบุสาเหตุได้


